ร้านบริการเกือบทุกร้านเคยคิดจะทำระบบสะสมแต้มหรือระบบสมาชิก แล้วก็ติดคำถามเดิม จะให้อะไร ให้เท่าไร และจะขาดทุนไหม
บทความนี้ตอบทีละข้อ เริ่มจากเทียบสี่แบบที่นิยม คือแสตมป์ แต้ม คูปอง และระดับสมาชิก แล้วคำนวณรางวัลด้วยตัวเลขของร้านทำเล็บตัวอย่าง ให้เห็นว่าร้านจ่ายจริงเท่าไร ปิดท้ายด้วยคูปองสองแบบที่ดึงลูกค้ากลับมาได้ดีที่สุด คือคูปองวันเกิดและคูปองคิดถึง
ระบบสะสมแต้มกับระบบสมาชิกต่างกันยังไง
สองคำนี้มักใช้แทนกัน แต่ต่างกันนิดหน่อย
- ระบบสมาชิก คือการที่ร้านรู้ว่าลูกค้าคนนี้เป็นใคร มีบัตร มีชื่อ มีประวัติ
- ระบบสะสมแต้ม คือกติกาที่ให้รางวัลตอบแทนการกลับมา
ระบบสมาชิกที่ไม่มีรางวัล ลูกค้าไม่ค่อยสนใจ ระบบสะสมแต้มที่ไม่รู้ว่าใครเป็นใคร ร้านก็ทักใครไม่ได้ ระบบที่ดีจึงต้องมีทั้งสองอย่าง และถ้าอยู่ใน LINE ลูกค้าก็ไม่ต้องโหลดแอปหรือพกบัตร (อ่านเพิ่มใน CRM ใน LINE)
สี่แบบที่นิยม: แสตมป์ แต้ม คูปอง และระดับสมาชิก
| แบบ | ทำงานยังไง | เหมาะกับ | ข้อควรรู้ |
|---|---|---|---|
| แสตมป์ | มาครบ N ครั้ง ได้รางวัล | ร้านที่ราคาบริการใกล้กัน | ง่ายที่สุด ลูกค้าเห็นความคืบหน้าชัด |
| แต้ม | ทุก X บาทได้ 1 แต้ม เอาแต้มแลกรางวัล | ร้านที่ราคาต่างกันมาก เช่น 300 ถึง 3,000 บาท | ยุติธรรมกับคนที่ใช้จ่ายมาก ต้องคิดอัตราให้ดี |
| คูปอง | ให้ส่วนลดหรือของขวัญในจังหวะที่ใช่ | ทุกร้าน | ใช้คู่กับแสตมป์หรือแต้มได้ดี |
| ระดับสมาชิก | ใช้จ่ายถึงยอด เลื่อนขั้นเป็น Silver Gold Platinum | แบรนด์ใหญ่ เครือร้าน | ต้องมีลูกค้าจำนวนมากและสิทธิ์ที่ต่างกันชัด |
เรื่องระดับสมาชิก
ระดับสมาชิกทำงานได้ดีมากสำหรับสายการบิน โรงแรมเครือใหญ่ และห้างสรรพสินค้า เพราะมีลูกค้าจำนวนมาก ยอดใช้จ่ายต่างกันกว้าง และมีสิทธิ์พิเศษที่ลูกค้าเห็นค่าชัด เช่น ห้องรับรองหรืออัปเกรดห้อง
สำหรับร้านเล็ก ระดับสมาชิกมักเพิ่มความซับซ้อนมากกว่าผลที่ได้ ลูกค้าต้องจำว่าตัวเองอยู่ระดับไหน พนักงานต้องจำว่าระดับไหนได้อะไร และคนที่ถูกลดระดับมักรู้สึกไม่ดี ร้านเล็กมีสิ่งที่แบรนด์ใหญ่ไม่มีอยู่แล้ว คือการจำลูกค้าได้ทุกคน แสตมป์ แต้ม และคูปองที่ให้ถูกจังหวะ มักได้ผลแบบเดียวกันโดยไม่ต้องมีระดับ
ตั้งรางวัลยังไงไม่ให้ขาดทุน: ตัวอย่างร้านทำเล็บ
ตัวเลขข้างล่างเป็นร้านสมมติ ลองเปลี่ยนเป็นตัวเลขของร้านคุณเอง
- บริการหลัก: ทาสีเจลมือ 500 บาท
- ต้นทุนต่อครั้ง: ค่าวัสดุ 50 บาท + ค่ามือช่าง 150 บาท = 200 บาท
หลักสำคัญมีข้อเดียว ต้นทุนของรางวัลคือสิ่งที่ร้านจ่ายจริง ไม่ใช่ราคาขาย ทาสีเจลฟรีหนึ่งครั้ง ร้านเสีย 200 บาท ไม่ใช่ 500 บาท (ถ้าวันนั้นคิวเต็ม ช่องเวลาที่ใช้ไปก็มีค่าด้วย ควรนับไว้ในใจ)
- 1หาต้นทุนจริงของบริการทาสีเจลมือ 500 บาท ค่าวัสดุ 50 + ค่ามือช่าง 150 = 200 บาท
- 2ดูว่าลูกค้าจ่ายเท่าไรก่อนได้รางวัลบัตร 10 ครั้ง ฟรี 1 ครั้ง ลูกค้าจ่าย 10 × 500 = 5,000 บาท
- 3เทียบต้นทุนรางวัลกับยอดขายรางวัลมูลค่า 500 บาท แต่ร้านเสียจริง 200 บาท คิดเป็น 4% ของยอดขาย
- 4ถามสามข้อลูกค้าประจำได้รางวัลแรกภายในไม่กี่เดือนไหม กำไรรับต้นทุนได้ไหม รางวัลน่าอยากได้ไหม
แบบที่ 1: บัตรแสตมป์
| กติกา | ลูกค้าจ่ายก่อนได้รางวัล | มูลค่ารางวัล (ราคาขาย) | ต้นทุนจริงของร้าน | ต้นทุนเทียบกับยอดขาย |
|---|---|---|---|---|
| 10 ครั้ง ฟรี 1 ครั้ง | 10 × 500 = 5,000 บาท | 500 บาท | 200 บาท | 4% |
| 8 ครั้ง ฟรี 1 ครั้ง | 8 × 500 = 4,000 บาท | 500 บาท | 200 บาท | 5% |
| 6 ครั้ง ฟรีเพ้นท์ลาย (ต้นทุน 40 บาท) | 6 × 500 = 3,000 บาท | 150 บาท | 40 บาท | 1.3% |
สังเกตแถวสุดท้าย รางวัลเป็นบริการเสริมที่ต้นทุนต่ำ ลูกค้าได้รางวัลเร็วขึ้น ร้านเสียน้อยลง เหมาะกับร้านที่ลูกค้ามาห่างกันหลายสัปดาห์
แบบที่ 2: แต้มตามยอดใช้จ่าย
สมมติให้ 1 แต้มทุก 25 บาท ทาสีเจลหนึ่งครั้ง (500 บาท) ได้ 20 แต้ม
| รางวัล | ใช้แต้ม | ลูกค้าต้องใช้จ่าย | ต้นทุนจริงของร้าน | ต้นทุนเทียบกับยอดขาย |
|---|---|---|---|---|
| ส่วนลด 100 บาท | 100 แต้ม | 2,500 บาท | 100 บาท | 4% |
| ทาสีเจลมือฟรี | 250 แต้ม | 6,250 บาท | 200 บาท | 3.2% |
| สปามือและเท้า (ราคา 900 บาท ต้นทุน 300 บาท) | 400 แต้ม | 10,000 บาท | 300 บาท | 3% |
ส่วนลดเป็นบาทเสียเต็มจำนวน (ลด 100 บาท ร้านเสีย 100 บาท) ส่วนรางวัลที่เป็นบริการเสียแค่ต้นทุน จึงให้มูลค่าในสายตาลูกค้าได้มากกว่าในต้นทุนเท่ากัน
ตัวเลขแค่ไหนถึงพอดี
ไม่มีตัวเลขเดียวที่ถูกสำหรับทุกร้าน ให้ถามสามข้อนี้
- ลูกค้าประจำได้รางวัลแรกภายในไม่กี่เดือนไหม ถ้านานเกินไป คนเลิกสะสมก่อน
- ต้นทุนรางวัลเทียบกับยอดขายอยู่ในระดับที่กำไรของร้านรับได้ไหม ร้านที่กำไรต่อครั้งสูงให้ได้มากกว่า
- รางวัลน่าอยากได้ไหม ส่วนลด 20 บาทหลังมา 10 ครั้ง ไม่มีใครอยากสะสม
คูปองที่ดึงลูกค้ากลับมาได้ดีที่สุด
แสตมป์และแต้มให้รางวัลคนที่มาอยู่แล้ว คูปองช่วยในจังหวะที่ลูกค้าอาจไม่มา
คูปองต้อนรับ ให้ตอนลูกค้าเป็นสมาชิกครั้งแรก ไม่ต้องใหญ่ เช่น เพ้นท์ลายฟรีในครั้งถัดไป เป้าหมายคือให้กลับมาครั้งที่สอง ซึ่งเป็นครั้งที่ยากที่สุด
คูปองวันเกิด ให้ในเดือนเกิด เช่น ลด 20% ใช้ได้ภายใน 30 วัน จากตัวอย่างข้างบน ถ้าลูกค้าใช้กับทาสีเจล 500 บาท ร้านลด 100 บาท และได้ลูกค้ากลับมาในเดือนที่อาจไม่ได้มา คูปองวันเกิดยังเป็นเหตุผลที่ดีที่สุดในการทักลูกค้าโดยไม่ดูเป็นการขายของ
คูปองคิดถึง (we miss you) ให้เมื่อลูกค้าไม่ได้มานานเกินรอบปกติ ตั้งจำนวนวันประมาณสองเท่าของรอบที่ลูกค้าประจำมา เช่น
- ร้านทำเล็บที่ลูกค้ามาทุก 3–4 สัปดาห์: ประมาณ 45–60 วัน
- ร้านทำผมที่ลูกค้ามาทุก 6 สัปดาห์: ประมาณ 75–90 วัน
- สตูดิโอที่สมาชิกมาทุกสัปดาห์: ประมาณ 14–21 วัน
ข้อความสั้น ๆ “คิดถึงนะ กลับมาเดือนนี้ลด 150 บาท” ได้ผลกว่าโพสต์โปรโมชันที่ทุกคนเห็นเหมือนกัน
กติกาคูปองที่ควรมีทุกใบ วันหมดอายุ (ไม่มีวันหมดอายุ ลูกค้าก็ไม่รีบ) ใช้ได้ครั้งเดียว และเขียนเงื่อนไขให้ชัด เช่น “ใช้ร่วมกับโปรโมชันอื่นไม่ได้”
ระบบสะสมแต้มฟรีมีแบบไหน
ถ้ายังไม่พร้อมจ่าย ทางเลือกฟรีมีจริง
- บัตรกระดาษ ต้นทุนแค่ค่าพิมพ์ มีแม่แบบให้ดาวน์โหลดใน บัตรสะสมแต้ม: แจกแม่แบบฟรี
- บัตรสะสมแต้มใน LINE Official Account เริ่มได้ทันที เหมาะกับบัตรใบเดียวแบบง่าย
- ตาราง Excel จดแต้มเอง ได้ผลถ้าลูกค้าไม่เยอะ
สิ่งที่ระบบฟรีมักต้องแลกคือเวลา ต้องมีคนจำว่าต้องปั๊ม ต้องจด และต้องทักลูกค้าเอง และแต้มมักแยกอยู่คนละที่กับการจองและข้อมูลลูกค้า ดูเปรียบเทียบเพิ่มใน CRM ฟรี, Excel หรือระบบ CRM จริง
ระบบสะสมแต้มและสมาชิกใน Tellfox
Tellfox เป็นระบบจองผ่าน LINE ที่มีระบบสมาชิก บัตรสะสมแต้ม แต้ม และคูปองอยู่ในตัว ทุกอย่างผูกกับลูกค้าคนเดียวกันและการจองจริง
- บัตรแสตมป์ 2 ถึง 50 ช่อง เลือกได้ว่าบริการ คลาส หรือแพ็กเกจไหนได้แสตมป์ รางวัลเป็นคูปอง และกำหนดอายุบัตรได้
- แต้ม ตั้งได้ว่ากี่บาทได้ 1 แต้ม และได้จากการจองที่เสร็จแล้ว คลาสที่มาเรียน หรือแพ็กเกจที่ซื้อ
- รางวัลแลกแต้ม ตั้งราคาเป็นแต้ม ลูกค้ากดแลกเองในบัตร คูปองเข้ากระเป๋าทันที
- คูปอง ลดเป็นบาท ลดเป็นเปอร์เซ็นต์ บริการฟรี หรือของขวัญ ใช้ได้กี่วันหลังได้รับ หรือถึงวันที่กำหนด
- คูปองอัตโนมัติ ต้อนรับ วันเกิด และคิดถึง (ตั้งจำนวนวันได้ 14 ถึง 365 วัน) และปุ่ม ให้สมาชิกทุกคน สำหรับคูปองครั้งเดียว
- ใช้ที่หน้าร้าน พนักงานสแกน QR สมาชิก กด เพิ่มแสตมป์ หรือ ใช้ คูปอง หรือบอกผู้ช่วย AI ใน LINE ว่า “พี่ส้มใช้คูปองวันเกิดแล้ว” แล้วกดยืนยัน
- ลูกค้าเห็นทุกอย่างใน LINE ที่เมนูบัตรของฉัน ทั้งแสตมป์ แต้ม และคูปองพร้อมวันหมดอายุ
ดูรายละเอียดที่หน้า บัตรสะสมแต้มและคูปองของ Tellfox
ลองดูเลย
ส่งรูปใบราคาของร้านให้ Tellfox ใน LINE แล้วดูหน้าจองของร้านคุณในไม่กี่วินาที ลองเลย
